ข้อมูลประวัติหมู่บ้าน ชุมชน วิถีชุมชน

ข้อมูลประวัติหมู่บ้าน ชุมชน วิถีชุมชน

ประวัติความเป็นมาของชุมชน

ชุมชนแขวงวัดกัลยาณ์ หรือรู้จักกันในนาม “กะดีจีน” หรือ “กุฎีจีน” เป็นชุมชนเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้าเจ้าพระยา เริ่มมีการตั้งถิ่นฐานเป็นครั้งแรกในสมัยกรุงธนบุรี หลังจากสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงกอบกู้เอกราชและสถาปนากรุงธนบุรีขึ้น โดยพระองค์ได้รวบรวมเหล่าไพร่พลที่กระจัดกระจายหลังจากศึกสงคราม ทั้งชาวไทย ชาวจีน ชาวโปรตุเกส ซึ่งมีเชื้อชาติและศาสนาที่แตกต่างกัน และพระราชทานที่ดินเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยทามาหากิน สาเหตุที่เรียกชุมชนนี้ว่า“กุฎีจีน”นั้น “พระบาทสมเด็จฯกรมพระยาดารงราชานุภาพ” ทรงวินิจฉัยว่า “กุฎี น่าจะหมายถึงศาลเจ้าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ ริมคลองกุฎีจีน ซึ่งชาวจีนที่อาศัยอยู่ดั้งเดิมสร้างไว้ตั้งแต่ก่อนขุดคลองลัดบางกอก คือเมื่อก่อนสมัยพระไชยราชา บริเวณที่ตั้งศาลเจ้านี้เดิมเป็นส่วนแหลมที่แม่น้าเจ้าพระยาไหลเลี้ยวไปทางคลองบางกอกใหญ่ เมื่อมีศาลเจ้าจีนมาตั้งอยู่ตรงปลายแหลมจึงเป็นจุดสังเกตและกลายเป็นนามที่ชาวบ้านใช้เรียกบริเวณนี้ติดปากว่า กุฎีจีน” (คัมภีร์ ผาติเสนะ, 2552 : 3)

ประวัติการตั้งถิ่นฐานของคนที่อาศัยในเขตชุมชนแขวงวัดกัลยาณ์

ชุมชนแขวงวัดกัลยาณ์ มีความหลากหลายของเชื้อชาติของผู้ที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ หากพิจารณาโดยการจาแนกตามเชื้อชาติของคนในพื้นที่แขวงวัดกัลยาณ์สามารถบอกกล่าวประวัติการตั้งถิ่นฐาน ได้แก่ ชุมชนกุฎีจีนดั้งเดิม ชุมชนแขวงวัดกัลยาณ์ และชุมชนอิสลามกุฎีขาว ดังนี้

การตั้งถิ่นฐานชุมชนกุฎีจีน เป็นย่านชุมชนชาวจีนเก่าแก่ที่อาศัยอยู่ริมน้าเจ้าพระยา ตรงข้ามกับปากคลองตลาด โดยมีการกระจายเส้นทางออกจากบริเวณใจกลางพื้นที่คล้ายใยแมงมุมมีโบสถ์หรือวัดซางตา ครู้สเป็นศูนย์กลางเหมือนในอดีต และมีทางเดินหลักทุกเส้นเชื่อมจากชุมชนเข้าหาโบสถ์ ซึ่งเป็นที่ทากิจกรรมหลักโดยตรง ชุมชนมีลักษณะปิดเนื่องจากทางเท้าที่เดินเข้าออกชุมชนกับภายนอกนั้นต้องผ่าน ศาสนสถาน อาคารหันหน้าเข้าสู่โบสถ์ ยกเว้นที่ติดแม่น้า จะหันหน้าไปทางแม่น้า สภาพการตั้งบ้านเรือนค่อนข้างกระจุกตัวหนาแน่น ลักษณะอาคารส่วนใหญ่ในชุมชนเป็นอาคารไม้ มีบางส่วนเปลี่ยนเป็นแบบตึก และแบบครึ่งตึกครึ่งไม้ ในชุมชนกุฎีจีนมีพื้นที่โล่งเพียงบริเวณสนามเด็กเล่น และลานสาธารณะรอบๆวัด ซึ่งเป็นบริเวณที่คนในชุมชนมาทากิจกรรมต่างๆ ประชาชนในแขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ถูกแบ่งเป็น 6 ชุมชน คือ ชุมชนวัดกัลยาณ์ กะฎีจีน กะฎีขาว บุปผาราม โรงคราม และวัดประยุรวงศ์ หลังจากที่พระเจ้ากรุงธนบุรีท่านจึงได้แบ่งเป็นสัดส่วน (ชุมชนกุฎีจีน) จึงมอบที่ดินให้กับทหารโปรตุเกสปลูกบ้านเรืองและสร้างโบสถ์ และถัดออกไปจะเป็นวัด เป็นศาลเจ้า ส่วนถ้าเลยเข้าไปในคลองบ้างหลวงก็จะมีมัสยิด ซึ่งศาสนาในชุมชนก็จะมี 3 ศาสนา ซึ่งได้แก่ พุทธ คริสต์ อิสลาม ส่วนด้านความเชื่อมี 4 ความเชื่อ ซึ่งได้แก่ พุทธเถรวาท พุทธมหายาน คริสต์ และอิสลาม

ชุมชนบริเวณวัดกัลยาวรมหาวิหาร น่าจะมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ เจ้าพระยานิกร บดินทร ได้อุทิศที่บ้านและซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างพระอาราม ที่ดินบริเวณนี้จะสร้างวัดกัลยาณมิตรนี้ เดิมในสมัยกรุงศรีอยุธยาไม่มีดิน เป็นแม่น้าดอนขึ้น ครั้งกรุงธนบุรีเป็นที่จอดแพได้ ครั้นนานวันผันกลับดอนเป็นดินกลายเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของพ่อค้าชาวจีนฮกเกี้ยนได้เข้ามาอาศัยอยู่ ชุมชนย่านนี้นอกจากชาวจีนแล้ว ยังเป็นที่อยู่อาศัยของทั้งชาวโปรตุเกส ชาวมุสลิม ชาวไทย และยังมีพระภิกษุจีนพานักอยู่ด้วย ชาวบ้านจึงเรียกย่านนี้ว่า ชุมชนกะดีจีน หรือกุฏิจีนการก่อสร้างพระอาราม เริ่มลงมือเมื่อปีระกา พ.ศ.2368 เป็นปีที่ 2 ในสมัยรัชการที่ 3 ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร” (ศิริชัย ภู่ระย้า.วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร,2555)

ชุมชนมุสลิมบางหลวง (กุฎีขาว) สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (คาดว่าราวปี พ.ศ. 2328) ช่วงหลังผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน คนไทยอิสลาม จานวนหนึ่งได้อพยพครอบครัวออกจากกรุงศรีอยุธยา โดยล่องแพมาตามแม่น้าเจ้าพระยา แล้วเข้ามาอาศัยอยู่ที่กรุงธนบุรี มาตั้งรกรากที่คลองบางหลวงนั้น อันเป็นชื่อว่า “ชุมชนกุฎีขาว” ในปัจจุบัน โดยการนาของ โต๊ะหยี ซึ่งเป็นพ่อค้าแขกชาวมุสลิมที่เดินทางมาประเทศไทย หลังจากนั้นมัสยิดบางหลวงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์หลายครั้ง สาหรับมัสยิดบางหลวง หลังปัจจุบันสันนิษฐานได้ว่าสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 เนื่องจากรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายพระอุโบสถและพระวิหารทรงไทยซึ่งเป็นรูปแบบพระราชนิยมในสมัยนั้น โดยอาคารมีการประยุกต์และเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใช้สอยรวมถึงการประดับตกแต่งที่เหมาะสมและสอดคล้องกับท้องถิ่น

วิถีชีวิตชุมชน

วิถีชุมชน 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ

ชุมชนแขวงวัดกัลยาณ์ เป็นชุมชนเมืองสภาพบ้านเรือนที่พักอาศัยหนาแน่น เป็นชุมชนที่มีพื้นที่บางส่วนติดกับแม่น้าลาคลองมีลักษณะความเป็นพหุวัฒนธรรม ในชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นชุมชนที่ก่อเกิดจากการรวมของคนที่มีเชื้อชาติ ศาสนา และความเชื่อที่แตกต่างกัน และอพยพมาตั้งรกรากในย่านเดียวกัน ได้แก่ ไทย แขก จีน ฝรั่ง ญวน เป็นชุมชนที่มีความหลากหลายชาติพันธุ์ มีความแตกต่างทางศาสนา และวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีพิธีกรรม และความเชื่อของแต่ละศาสนา

โดยศาสนิกชนของชุมชนนั้น ต่างมีความภาคภูมิใจในศาสนาของตนและในขณะเดียวกัน ต่างก็ยกย่องให้เกียรติศาสนิกชนของศาสนาอื่น มีกลุ่มผู้นาของศาสนิกชน แต่ภายใต้ภาวะความแตกต่างนั้น กลับมีคาสอนที่สอดคล้องกันโดยหลักคาสอนของทุกศาสนาล้วนสอนให้คนเป็นคนดี สอนให้มนุษย์รักกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ให้เบียดเบียนกัน เคารพกฎเกณฑ์

ในการอยู่ร่วมกัน มีการปรับตัวเข้าหากัน มีการผสมผสานยอมรับวัฒนธรรมทางศาสนาซึ่งกันและกัน มีความรักและความเข้าใจกัน ให้อภัยซึ่งกันและกันมีความเอื้ออาทร มีน้าใจไมตรีต่อ และผสมผสานวิถีชีวิตที่ดารงอยู่ ของประชาชนในชุมชน ได้ปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ตนเองนับถือ และได้รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ของชุมชนไว้ มีการทาโครงการและกิจกรรมร่วมกันซึ่งก่อให้เกิดความสามัคคีไม่มีการแบ่งแยกศาสนา ทาให้ชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ประชาชน 3 ศาสนา 4 เชื้อชาติ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนานและสงบสุข ภายในชุมชนแห่งนี้มีทรัพยากรที่หลากหลายและโดดเด่นสืบเนื่องมาจากความแตกต่างความเชื่อ ศาสนาและชาติพันธุ์ต่างๆ ได้แก่

– ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกของชาวโปรตุเกส
– ศาสนาอิสลามนิกายสุนีของชาวมุสลิม
– ศาสนาพุทธมหายานของชุมชน ชาวจีนแต๋จิ๋วและฮกเกี้ยน
– ศาสนาพุทธนิกายหินยาน หรือเถรวาทของชุมชนชาวไทย

ประชาชนในชุมชน มีการอยู่ร่วมกันโดยการพึ่งพาอาศัยกันและกัน และให้ความช่วยเหลือศาสนาอื่นๆ ในการจัดกิจกรรม อาทิเช่น การจัดงานลอยกระทง วันคริสต์มาส งานอิสลาม วันตรุษจีน โดยยึดถือนโยบาย “บวร” คือ บ้าน วัด โรงเรียน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สามารถเที่ยวชมเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชนท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรมหรือพหุวัฒนธรรม

สภาพทั่วไปของชุมชน

ชุมชนแขวงวัดกัลยาณ์ เดิมคือพื้นที่กุฏีจีน ภายหลังกรุงเทพมหานครแบ่งพื้นที่โดยใช้หลักเกณฑ์จานวนประชากร แบ่งออกเป็น 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนวัดกัลยาณ์ ชุมชนโรงคราม ชุมชนกุฎีจีน ชุมชนวัดประยุรวงศ์ ชุมชนวัดบุปผาราม และชุมชนกุฎีขาว ทั้งนี้ชุมชนแขวงวัดกัลยาณ์เป็นชุมชนเก่าแก่ตั้งอยู่มริมแม่น้าเจ้าพระยาขนาบข้างโดยคลองบางกอกใหญ่ (คลองบางหลวง)และติดกับชุมชนกุฏีจีน มีถนนหลักขนาบข้างทางทิศตะวันออกคือ ถนนอิสรภาพ ทางทิศใต้ได้แก่ ถนนประชาธิปก และมีถนนอรุณอมรินทร์ตัดใหม่ก่อนถึงสะพานอนุทินผ่านกลางชุมชน สามารถเดินทางเข้าชุมชนจากทางถนนเทศบาลสาย 1 บริเวณติดถนนอรุณอัมรินทร์ อาคารที่ตั้งติดถนนหลักโดยส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์

หากต้องการเดินทางเข้าไปในชุมชนจะมีถนนเทศบาลสาย 1 และซอยเชื่อมเข้าสู่ชุมชน และทะลุไปสู่ทางเดินเลียบแม่น้าเจ้าพระยา สภาพบ้านเรือนภายในชุมชนแขวงวัดกัลยาณ์ส่วนใหญ่มีการอาศัยค่อนข้างหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ธรณีสงฆ์ของวัดกัลยาณมิตรวรวิหารเปิดให้ชาวบ้านเช่าที่ดินปลูกสร้างบ้านเรือนในบริเวณวัดกัลยาณมิตร จากการสารวจพบว่าในชุมชนยังพบปัญหาบ้านเรือนที่อยู่กันหนาแน่น ซึ่งบางบริเวณมีขยะมูลฝอย ในบริเวณหน้าวิหารหลวงพ่อโตมีการสร้างสิ่งก่อสร้าง และมีการรื้อทาลายสิ่งก่อสร้างบางส่วนที่บดบังทัศนียภาพวัด ในภายหลังมีนโยบายในการรื้อถอนพื้นที่อยู่อาศัยดังกล่าวออกไปจากธรณีสงฆ์ ซึ่งในปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการเจรจาระหว่างผู้เช่าที่ดินกับวัดกัลยาณมิตร

สภาพอาคารบ้านเรือนในชุมชน

สภาพอาคารบ้านเรือน

ลักษณะที่พักอาศัยภายในชุมชนแขวงวัดกัลยาณ์ จะมีการผสมผสานระหว่างบ้านไม้ในแบบโบราณ บ้านเรือนบางหลังยังคงมีการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในแบบดั้งเดิมของชุมชนเอาไว้ เช่น บ้านไม้สักหลังคาจั่วร้อยปี บ้านไม้สักฉลุลายขนมปังขิงริมแม่น้าเจ้าพระยา ซึ่งหากผู้ใดได้นั่งเรือในแม่น้าเจ้าพระยาผ่านบริเวณดังกล่าวจะสังเกตเห็นบ้านไม้หลังดังกล่าว แม้จะมีสภาพที่ทรุดโทรมแต่เจ้าของยังคงต้องการอนุรักษ์ไว้ให้เป็นอนุรักษ์คู่ชุมชน ยังคงตั้งเด่นเป็นสง่าริมแม่น้าเจ้าพระยา ในขณะที่บ้านเรือนบางส่วนเป็นแบบตึกและแบบครึ่งตึกครึ่งไม้ผสมผสานมากขึ้น

ในบางครอบครัวหากมีสมาชิกเพิ่มขึ้นก็อาจจะต่อเติมพื้นที่บริเวณในตัวอาคารให้มีความเหมาะสมขอบเขตอันมีจากัดของสถานที่ สภาพโดยทั่วไปพบว่าชุมชนกุฎีจีนนี้มีสถานที่ค่อนข้างจากัด ในระยะหลังเมื่อมีประชากรอาศัยจานวนมากจึงทาให้การตั้งบ้านเรือนมีความหนาแน่นและแออัด ลักษณะการตั้งบ้านเรือนติดกัน แต่ทั้งนี้ชุมชนยังคงไว้ซึ่งความสะอาด น่าอยู่อาศัย

แม่น้ำ ลำคลอง

ชุมชนแขวงวัดกัลตั้งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ติดด้านทิศเหนือ พร้อมกับด้านทิศตะวันตกติดกับคลองบางกอกใหญ่ โดยภายในชุมชนมีคลองระบายน้ำสายย่อยผ่านกลางชุมชน

แม่น้าเจ้าพระยา ไหลผ่านชุมชนด้านทิศเหนือ

คลองบางกอกใหญ่ (คลองบางหลวง) ติดชุมชนด้านทิศใต้

คลองระบายน้ำที่ไหลผ่านภายในชุมชนแขวงวัดกัลยาณ์

ลักษณะการจัดพื้นที่เพื่อสร้างความร่มรื่นในชุมชน

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ชุมชนแขวงวัดกัลยาณ์เป็นลักษณะชุมชนปิด แคบ จึงไม่ปรากฎต้นไม้ขนาดใหญ่ ดังนั้นคนในชุมชนจึงหันไปปลูกเป็นพื้นผักสวนครัว ไม้ประดับเป็นส่วนใหญ่ ในด้านการรักษาคุณภาพของเรื่องสิ่งแวดล้อม ชุมชนมีการจัดระเบียบในการรักษาความสะอาด เป็นชุมชนที่สะอาด มีอากาศร่มรื่น เย็นสบาย มีการรณรงค์ให้สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาด มีการมอบเกียรติบัตรให้แก่บ้านเรือนที่มีความสะอาด

ต้นไม้ที่พบในชุมชนแขวงวัดกัลยาณ์

บริเวณเขามอ ภายในวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ได้รวบรวมปลูกพันธุ์ไม้ไทยหายาก ให้ความรู้แก่คนทั่วไป และให้ความร่มรื่นแก่ชุมชน พรรณไม้ที่พบ มีดังนี้

ศรีตรัง

ศรีตรัง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jacaranda Filicifolia(Anderson) D.Don
ชื่อวงศ์ : Bignoniaceae
ชื่อสามัญ : Jacaranda
ชื่อพื้นเมือง : แคฝอย

จิกน้า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Barringtonia acutangula
ชื่อวงศ์ : Lecythidaceae
ชื่อสามัญ : Indian oak,Chee
ชื่อพื้นเมือง :กระโดนทุ่ง,กระโดนน้า

จิกน้า

โพธิ์ด่าง

โพธิ์ด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus religiosa (variegata)
ชื่อวงศ์ : Moraceae
ชื่อสามัญ : Pipal tree
ชื่อพื้นเมือง : โพธิ์ด่าง

กระโดน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Careya sphaerica Roxb.
ชื่อวงศ์ : Lecythidaceae
ชื่อสามัญ : Tummy-wood , Patana oak
ชื่อพื้นเมือง : ปุยขาว,พุย,ผ้าฮาด,แส่เจ๊อะบะ,หูกวาง

กระโดน

จันทร์หอม

จันทร์หอม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mansonia gagei Drumm.
ชื่อวงศ์ : Sterculiaceae
ชื่อสามัญ : จันทร์หอม
ชื่อพื้นเมือง : จันทร์ชะมด,จันทร์ขาว,จันทร์พม่า

ตะโก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Diospyios Rhodcalyx
ชื่อวงศ์ : Ebenaceae
ชื่อสามัญ : Ebony
ชื่อพื้นเมือง : โก,นมงัว,มะโก,มะถ่าน,ไฟผี,พระยาช้างดา

ตะโก

กร่าง

กร่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus altissima Blume
ชื่อวงศ์ : Moraceae
ชื่อสามัญ : Lofty Fig
ชื่อพื้นเมือง : ไทรทอง,ลุง,ฮ่างขาว,ฮ่างเหลือง,ไฮคา

ตีนเป็ดน้า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Carbera odollam Gaerth.
ชื่อวงศ์ : Apocynaceae
ชื่อสามัญ : Pong pong
ชื่อพื้นเมือง :ตีนเป็ดน้ายอดแดง,ตีนเป็ดทะเล ตูม(กาญจนบุรี),มะตะกอ(มาลายู-นราธิวาส),พะเนียงน้า(กระบี่)

ตีนเป็ดน้า

มะม่วงหาวมะนาวโห่

มะม่วงหาวมะนาวโห่

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Carissa carandas Linn.
ชื่อวงศ์ : Apocynaceae
ชื่อสามัญ : มะม่วงหาวมะนาวโห่
ชื่อพื้นเมือง : มะนาวไม่รู้โห่ (ภาคกลาง),มะนาวโห่ (ภาคใต้),หนามขี้แฮด (เชียงใหม่),หนามแดง (กรุงเทพฯ)

มะเม่าหลวง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Antidesma thwaitesianum
ชื่อวงศ์ : Stilaginceae
ชื่อสามัญ : มะเม่าหลวง
ชื่อพื้นเมือง : มัดเซ,มะเม่า,หมากเม่า

มะเม่าหลวง

ไทรด่าง

ไทรด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus benjamina L. Var.Variegata Mini-rubber
ชื่อวงศ์ : Moraceae
ชื่อสามัญ : Gogen fig.
ชื่อพื้นเมือง : ไทรย้อยใบแหลมด่าง

อัมพวา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : C ynometra Cauliflore L.
ชื่อวงศ์ : Namnam
ชื่อสามัญ : Namnam
ชื่อพื้นเมือง : หล่า,มะเปรียง

อัมพวา

อินจัน

อินจัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Diospyros decandra Lour.
ชื่อวงศ์ : Ebenaceae
ชื่อสามัญ : อินจัน
ชื่อพื้นเมือง : จันโอ,จันขาว,จันลูกหอม

โสกน้ำ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Saraca indica L.
ชื่อวงศ์ : Leguminosea-caesaloinioideae
ชื่อสามัญ : Asoka
ชื่อพื้นเมือง : ตะโดลีเต๊าะ (มาลายู-ปัตตานี),ชุมแสงน้า(ยะลา),ส้มสุก(ภาคเหนือ)

โสกน้ำ

ถนนและเส้นทางการจราจรภายในชุมชน

ถนนและเส้นทางสายหลักที่ผ่านพื้นที่ของชุมชน ได้แก่ ถนนอิสระภาพ ถนนประชาธิปก ถนนอรุนอัมรินทร์ และถนนเทศบาลสาย ตัดผ่านกลางชุมชน ภายในชุมชนมีซอยกุฎีจีน ลักษณะเป็นซอยแคบๆ สาหรับการเดินเข้าบ้านเรือนภายในชุมชน

ถนนเทศบาลสาย 1 เส้นหลักที่ผ่านในชุมชน

ซอยกุฎีจีน ทางเดินภายในชุมชน